รับซื้อเครื่องชงกาแฟ.comรับซื้อเครื่องชงกาแฟ.com
ARTICLE · รับซื้อเครื่องชงกาแฟ Expobar Office Leva

รับซื้อเครื่องชงกาแฟ Expobar Office Leva

บริการรับซื้อเครื่องชงกาแฟ Expobar Office Leva ทุกสภาพ ไม่ว่าจะเป็นรุ่น Heat Exchanger หรือ Dual Boiler ประเมินราคาอย่างเป็นธรรมตามกลไกตลาดจริง พร้อมบริการตรวจเช็กและรับซื้อถึงที่อย่างสะดวกรวดเร็ว

อัปเดต 18/10/2026สินค้า Expobar Office Levaข้อมูลสำหรับตลาดมือสอง
รับซื้อเครื่องชงกาแฟ Expobar Office Leva ภาพสินค้าและพรีเซนเตอร์

Expobar Office Leva เป็นเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซระดับ Prosumer และ Commercial ขนาดกะทัดรัดที่ได้รับความนิยมสูง โดดเด่นด้วยหัวชงระดับตำนานอย่าง E61 (EB-61) และโครงสร้างสเตนเลสสตีลที่แข็งแรงทนทาน ในตลาดเครื่องชงกาแฟมือสองถือเป็นรุ่นยอดฮิตที่ซื้อง่ายขายคล่อง เหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นเปิดร้านกาแฟขนาดเล็ก โฮมบาริสต้า หรือผู้ที่ต้องการเครื่องชงสเปกมาตรฐานระดับมืออาชีพในงบประมาณที่เข้าถึงได้

รู้จัก Expobar Office Leva ก่อนขาย

เครื่องชงกาแฟซีรีส์ Office ได้รับการพัฒนาโดยบริษัท Expobar ประเทศสเปน ซึ่งต่อมาได้ควบรวมกิจการเข้ากับ Crem International (ปัจจุบันอยู่ภายใต้เครือ Welbilt / Ali Group) ซีรีส์ Office Leva ได้รับการปรับปรุงเทคโนโลยีมาอย่างต่อเนื่องหลายเจเนอเรชันควบคู่ไปกับสายพัฒนา Brewtus จนถึงช่วงประมาณปี 2018–2020 ก่อนที่ทางผู้ผลิตจะสิ้นสุดสายการผลิตชื่อ Expobar เพื่อปรับไลน์ผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่เป็น Crem ONE เข้ามาทำตลาดแทน

ที่มาประเทศสเปน (ผลิตโดย Crem International / Expobar)เริ่มผลิต/เปิดตัวช่วงต้นยุค 2000s (สิ้นสุดสายการผลิตเดิมราวปี 2018–2020)ผู้คิดค้น/ผู้พัฒนาไม่พบข้อมูลยืนยันสาธารณะ (เป็นการวิจัยและพัฒนาโดยทีมวิศวกรรมของ Expobar / Crem)

สเปกสำคัญของ Expobar Office Leva

หัวชง (Group Head)EB-61 (E61 Type) วัสดุทองเหลืองชุบโครเมียม ควบคุมการสกัดด้วยคันโยกกลไก (Manual Lever) พร้อมระบบ Pre-infusion เชิงกล
ระบบหม้อต้ม (Boiler System)มี 2 รุ่นย่อย: รุ่น 1 Boiler (Heat Exchanger - HX ขนาด ~1.5 ลิตร) และรุ่น Dual Boiler (หม้อสกัด ~1.5 ลิตร + หม้อสตีม ~1.5 ลิตร)
การควบคุมอุณหภูมิPressurestat ในรุ่น HX / ดิจิทัล PID Temperature Controller ในรุ่น Dual Boiler
ระบบปั๊มน้ำปั๊มสั่น (Vibration Pump เช่น Ulka 48W) แรงดันสกัด 9–10 บาร์ (มีรุ่นพิเศษเฉพาะที่ใช้ปั๊มโรตารี)
ระบบจ่ายน้ำถังน้ำในตัวขนาดประมาณ 2.75 ลิตร พร้อมเซนเซอร์ระดับน้ำ (รองรับการต่อท่อน้ำตรงในบางรุ่นย่อย)
ระบบไฟฟ้าและกำลังไฟ220–240V ~ 50/60Hz, กำลังไฟฮีตเตอร์ประมาณ 1,200W ถึง 2,055W (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย)
ขนาดและน้ำหนักกว้างประมาณ 260 มม. x ลึก 440–460 มม. x สูง 400–430 มม., น้ำหนักประมาณ 20–25 กก.

ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี

  • หัวชงทองเหลือง E61 แท้ รักษาเสถียรภาพความร้อนได้ดี ให้คุณภาพการสกัดระดับ Commercial
  • บอดี้สเตนเลสสตีลหนา แข็งแกร่ง ทนทานต่อการใช้งานระยะยาว
  • ใช้อะไหล่มาตรฐานสากล (Generic E61 parts) ซ่อมแซมและบำรุงรักษาง่าย ช่างในไทยคุ้นเคยเป็นอย่างดี
  • รุ่น Dual Boiler พร้อมหน้าจอ PID ให้ความคุ้มค่าสูงมากเมื่อเทียบกับเครื่องในระดับราคาเดียวกัน
  • ระบบคันโยกใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน ทนทาน ลดปัญหาจุกจิกจากระบบอิเล็กทรอนิกส์

ข้อควรพิจารณา

  • ใช้เวลาวอร์มเครื่องนานประมาณ 15–30 นาที เพื่อให้อุณหภูมิหัวชง E61 เสถียรเต็มที่
  • ระบบปั๊มสั่นมีเสียงการทำงานและแรงสั่นสะเทือนมากกว่าระบบปั๊มโรตารี
  • รูปทรงสี่เหลี่ยมสไตล์ดั้งเดิมอาจไม่ตอบโจทย์ผู้ที่ชื่นชอบงานดีไซน์โมเดิร์นหรือมินิมอล
  • ต้องระวังเรื่องการสะสมของตะกรันในหม้อต้มทองแดงหากใช้น้ำที่ไม่ได้ผ่านการกรองอย่างถูกต้อง

กระแสความนิยมและตลาดมือสอง

แม้ว่าปัจจุบันจะหยุดสายการผลิตเครื่องใหม่ไปแล้ว แต่ Expobar Office Leva ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในตลาดมือสองของประเทศไทย โดยเฉพาะในกลุ่มร้านกาแฟขนาดเล็ก สโลว์บาร์ โฮมออฟฟิศ และโฮมบาริสต้าที่ต้องการเครื่องชงเอสเพรสโซ่ประสิทธิภาพสูงในราคาประหยัด ด้วยความที่เครื่องทนทาน หาอะไหล่ซ่อมง่าย จึงเป็นรุ่นที่มีการซื้อขายเปลี่ยนมือในตลาดอย่างสม่ำเสมอ

ปัจจัยที่มีผลต่อการประเมินราคา Expobar Office Leva

  • รุ่นย่อยของระบบหม้อต้ม (รุ่น Dual Boiler พร้อมจอ PID มักมีมูลค่าสูงกว่ารุ่น 1 Boiler HX)
  • สภาพความสมบูรณ์ของหัวชง E61 (ความลื่นของคันโยก การสึกหรอของวาล์ว และสภาพผิวโครเมียม)
  • สภาพหม้อต้ม ฮีตเตอร์ และปัญหาตะกรันสะสมภายในระบบท่อทางเดินน้ำ
  • ประสิทธิภาพของปั๊มน้ำ แรงดันสกัดขณะทำงาน และสภาพเข็มเกจวัดแรงดัน
  • การทำงานของระบบควบคุมอุณหภูมิ (หน้าจอดิจิทัล PID แสดงผลครบถ้วนและปรับค่าได้ปกติหรือไม่)
  • สภาพโครงสร้างภายนอกและภายใน (รอยขีดข่วน คราบสนิมบริเวณโครงเหล็กใต้ถาดน้ำทิ้ง)
  • ความครบถ้วนของอุปกรณ์แท้เดิม เช่น ก้านชง 58 มม. (Single/Double Spout), ตะกร้าชง และแผ่นยางล้างหัวชง
  • ระบบแรงดันไฟฟ้าที่รองรับ (ต้องเป็นไฟ 220V–240V สำหรับใช้งานในไทย)

เตรียมข้อมูลอย่างไรก่อนติดต่อรับซื้อ

  1. ถ่ายภาพตัวเครื่องรอบทิศทางอย่างชัดเจน ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง หัวชง ถาดน้ำทิ้ง และป้ายเนมเพลตระบุสเปกเครื่อง
  2. ทำความสะอาดตัวเครื่องภายนอก ล้างคราบกาแฟที่หัวชง E61 และทำความสะอาดก้านสตีมให้เรียบร้อยก่อนส่งประเมิน
  3. ทดสอบเปิดเครื่องและถ่ายคลิปวิดีโอสั้น ๆ แสดงการทำงาน การโยกสกัดกาแฟ แรงดันเกจ และการทำสตรีมนม
  4. รวบรวมอุปกรณ์เสริมเดิมทั้งหมด เช่น ด้ามชง ตะแกรงฟิลเตอร์ รวมถึงแจ้งประวัติการเซอร์วิสหรือเปลี่ยนอะไหล่ที่ผ่านมาอย่างตรงไปตรงมา
  5. ระบุให้ชัดเจนว่าเป็นรุ่นย่อยใด (1 Boiler HX หรือ Dual Boiler มี PID) เพื่อให้ประเมินราคาได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ รับซื้อเครื่องชงกาแฟ Expobar Office Leva

รับซื้อเครื่องชงกาแฟ Expobar Office Leva รุ่นใดบ้าง?

รับซื้อทั้งรุ่น 1 Boiler ระบบ Heat Exchanger (HX) และรุ่น Dual Boiler (2 หม้อต้ม) ที่มีหน้าจอ PID รวมถึงรุ่นที่ต่อท่อน้ำตรง โดยประเมินราคาตามสภาพการใช้งานจริงของแต่ละเครื่อง

เครื่องเปิดไม่ติด ปั๊มไม่ดูดน้ำ หรือมีอาการน้ำรั่ว รับซื้อหรือไม่?

รับซื้อเช่นกัน เนื่องจาก Expobar Office Leva ใช้อะไหล่มาตรฐานที่สามารถซ่อมบำรุงและเปลี่ยนทดแทนได้ สามารถส่งรูปถ่ายและแจ้งอาการเสียเบื้องต้นเพื่อประเมินราคาตามสภาพจริงได้เลย

เครื่อง Expobar Office แต่ละรุ่นย่อย แตกต่างกันอย่างไร?

รุ่น Office Leva จะสังเกตได้ชัดเจนจากการใช้คันโยกกลไกบนหัวชง E61 หากเป็นรุ่น Office Control จะใช้ปุ่มกดตั้งระดับน้ำ และรุ่น Office Pulser จะใช้สวิตช์เปิด-ปิดธรรมดา ซึ่งกลไกและมูลค่าในตลาดจะมีความแตกต่างกัน

ขั้นตอนการประเมินราคาและรับซื้อเครื่องชงกาแฟมือสองเป็นอย่างไร?

เพียงส่งรูปถ่ายตัวเครื่องรอบทิศทาง สเปกบนป้ายเนมเพลต และคลิปการทำงาน (ถ้ามี) ผ่านช่องทางติดต่อ เราจะประเมินราคาเบื้องต้นตามสภาพและตลาดจริง จากนั้นจึงนัดหมายวันเวลาเพื่อตรวจเช็กเครื่องและรับซื้อถึงที่พร้อมชำระเงินทันที

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

หมายเหตุการประเมิน: ราคาที่รับซื้อจริงขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย สภาพการทำงาน อุปกรณ์ ประวัติ Service พื้นที่รับของ และความต้องการของตลาดในวันที่ประเมิน ควรส่งรูปป้าย Model/Serial และสภาพจริงเพื่อประเมินเป็นรายเครื่อง
LINEโทร 093-5452414