รับซื้อเครื่องชงกาแฟ.comรับซื้อเครื่องชงกาแฟ.com
ARTICLE · รับซื้อเครื่องชงกาแฟ La Marzocco Leva X

รับซื้อเครื่องชงกาแฟ La Marzocco Leva X

บริการรับซื้อเครื่องชงกาแฟ La Marzocco Leva X มือสอง สำหรับร้านกาแฟ Specialty Coffee และผู้ใช้งานทั่วไปที่ต้องการเปลี่ยนรุ่นหรือส่งต่อเครื่อง ประเมินราคารวดเร็ว อิงตามสภาพกลไกคันโยก หน้าจอแสดงผล และประวัติการบำรุงรักษาจริง ไม่การันตีราคาสูงเกินจริง พร้อมดูแลขั้นตอนการตรวจสอบและรับเครื่องถึงสถานที่

อัปเดต 28/10/2026สินค้า La Marzocco Leva Xข้อมูลสำหรับตลาดมือสอง
รับซื้อเครื่องชงกาแฟ La Marzocco Leva X ภาพสินค้าและพรีเซนเตอร์

La Marzocco Leva X คือเครื่องชงกาแฟระบบสปริงคันโยก (Spring-lever) ระดับเรือธงที่ผสมผสานเสน่ห์งานฝีมือคลาสสิกเข้ากับเทคโนโลยีการสกัดสมัยใหม่อย่างลงตัว ในตลาดเครื่องชงกาแฟเชิงพาณิชย์ระดับไฮเอนด์ Leva X ถือเป็นผลงานระดับ Craft Trophy ที่โดดเด่นด้วยระบบหม้อต้มแยกอิสระ (Independent Multi-Boilers) หน้าจอดิจิทัลแสดงผลกราฟแรงดันแบบเรียลไทม์ และระบบคลัตช์นิรภัยสิทธิบัตรเฉพาะ การรับซื้อเครื่องชงกาแฟ La Marzocco Leva X ในตลาดมือสองจึงมีกลุ่มผู้ซื้อเฉพาะที่ชัดเจน โดยการตีราคาจะขึ้นอยู่กับขนาดจำนวนหัวชง สภาพความสมบูรณ์ของระบบกลไกลูกสูบ หน้าจออิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนประวัติการเข้าศูนย์บริการเป็นสำคัญ

รู้จัก La Marzocco Leva X ก่อนขาย

La Marzocco เริ่มต้นโครงการพัฒนาระบบคันโยกยุคใหม่ภายใต้ชื่อโปรเจกต์ต้นแบบ 'La Curva' ซึ่งเปิดตัวพรีวิวครั้งแรกในงาน Out of the Box ประจำปี 2015 ก่อนจะพัฒนาต่อเนื่องจนเปิดตัวเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการในชื่อ Leva X ณ งาน HOST Milan เดือนตุลาคม ปี 2017 เพื่อร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 90 ปีของแบรนด์ และเริ่มส่งมอบเครื่องสู่ตลาดในปี 2018 ต่อมาในเดือนเมษายน ปี 2022 La Marzocco ได้เปิดตัวรุ่น Leva X 1-Group เพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์กลุ่มห้องทดลองกาแฟและผู้ใช้ระดับ Ultra-Luxury Home Barista โดยเครื่องรุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นเพื่อฉีกกรอบเครื่องคันโยกแบบดั้งเดิม ให้มีความปลอดภัย นิ่งเรื่องอุณหภูมิ และสามารถมองเห็นตัวแปรการสกัดได้อย่างละเอียด

ที่มาเมืองสการ์เปเรีย เอ ซาน ปิเอโร (Scarperia e San Piero) แคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี โดยแบรนด์ La Marzoccoเริ่มผลิต/เปิดตัวเปิดตัวต้นแบบปี 2015, เปิดตัวเชิงพาณิชย์ทางการปี 2017 (เริ่มส่งมอบปี 2018) และเปิดตัวรุ่น 1 หัวชงในปี 2022ผู้คิดค้น/ผู้พัฒนาออกแบบโดย Paul Schilperoord (จากสตูดิโอ Studio Zink) ร่วมกับทีมวิศวกรรมและวิจัยพัฒนา (R&D / Product Improvement) ของ La Marzocco

สเปกสำคัญของ La Marzocco Leva X

ระบบสกัด (Extraction System)ระบบสปริงคันโยก (Spring-lever) พร้อมกลไกผ่อนแรงดึงโยก 40–50% และระบบคลัตช์นิรภัยป้องกันการดีดกลับ (Safety Clutch System)
ระบบหม้อต้ม (Boiler System)หม้อต้มแยกอิสระทุกหัวชง (Independent Boilers) ผลิตจากสแตนเลส พร้อมระบบควบคุมอุณหภูมิ Smart PID แยกจุด และหัวชง Saturated Group
ความจุหม้อต้ม (Boiler Capacity)รุ่น 1-Group (กาแฟ 1.3L / สตรีม 3.5L), รุ่น 2-Group (กาแฟ 2 x 1.3L / สตรีม 8.2L), รุ่น 3-Group (กาแฟ 3 x 1.3L / สตรีม 11.8L)
หน้าจอแสดงผล (Display)หน้าจอดิจิทัลแสดงผลกราฟแรงดันและเวลาสกัดแบบเรียลไทม์ (Live Graphic Display) เหนือแต่ละหัวชง ซ้อนเปรียบเทียบโปรไฟล์ได้สูงสุด 4 กราฟ
กำลังไฟฟ้า (Power Supply)รุ่น 1-Group 2,300 วัตต์ (220-240V 1-Phase) / รุ่น 2-Group 4,520–5,670 วัตต์ / รุ่น 3-Group 5,200–6,780 วัตต์ (รองรับ Single Phase และ 3-Phase)
ขนาดและน้ำหนัก (Dimensions & Weight)ความลึก 64.5 ซม. สูง 77.5 ซม. / กว้าง 52 ซม. (1G: 68 กก.), กว้าง 80 ซม. (2G: 99 กก.), กว้าง 102 ซม. (3G: 129 กก.)
ก้านสตรีมและอุปกรณ์น้ำร้อน (Steam & Water)ก้านสตรีมท่อสัมผัสไม่ร้อน (Pro Touch Wands) ควบคุมผ่านวาล์วเปิด-ปิดแบบ Proportional Potentiometer

ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี

  • โปรไฟล์แรงดันการสกัดจากสปริงธรรมชาติ ให้มิติรสชาติและเนื้อสัมผัส (Body) กาแฟที่โดดเด่น ผสานกับอุณหภูมิที่แม่นยำสูง
  • โครงสร้างตัวเครื่องแนวราบ (Low Profile) เปิดมุมมองระหว่างบาริสต้ากับลูกค้า สร้างจุดเด่นและความน่าเชื่อถือให้แก่บาร์กาแฟ
  • ระบบ Safety Clutch สิทธิบัตรเฉพาะ ช่วยป้องกันอุบัติเหตุคันโยกดีดกลับรุนแรง ปลอดภัยกว่าเครื่อง Lever แบบดั้งเดิมอย่างมาก
  • หน้าจอ Live Graphic Visualization เหนือหัวชง ช่วยให้ควบคุมความสม่ำเสมอของแรงดันและ Pre-infusion ได้อย่างแม่นยำ
  • ผ่อนแรงในการดึงคันโยกลงได้ถึง 40–50% ช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ใช้งาน

ข้อควรพิจารณา

  • จำเป็นต้องใช้ทักษะของบาริสต้าในการโยกและประคองช็อต ไม่เหมาะกับร้านแนว Speed Bar คิวยาวที่เน้นระบบกดปุ่มอัตโนมัติ (Volumetric)
  • ตัวเครื่องมีความสูงรวมคันโยกถึง 77.5 ซม. และต้องเผื่อระยะดึงโยกด้านบนอย่างน้อย 100–110 ซม. ทำให้ไม่สามารถวางใต้ชั้นวางเตี้ยได้
  • การดูแลรักษาระบบกลไกสปริง คลัตช์ ซีลยางลูกสูบ และระบบมัลติบอยเลอร์ต้องอาศัยช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
  • ใช้กำลังไฟฟ้าสูง (โดยเฉพาะรุ่น 2 และ 3 หัวชง) จำเป็นต้องมีระบบไฟฟ้าและเบรกเกอร์ที่ได้มาตรฐานรองรับ

กระแสความนิยมและตลาดมือสอง

La Marzocco Leva X ได้รับความนิยมและยกย่องในระดับสูงสุดในกลุ่มร้านกาแฟแบบ Specialty Coffee คั่วบดเอง (Roastery Lab), สถาบันสอนชงกาแฟระดับมืออาชีพ รวมถึงกลุ่มนักสะสมและผู้ใช้ตามบ้านระดับไฮเอนด์ (โดยเฉพาะรุ่น 1 Group ที่เปิดตัวในปี 2022) แม้จะไม่ใช่เครื่องสำหรับร้านแมสทั่วไปเนื่องจากต้นทุนเครื่องใหม่ที่สูงมากและต้องใช้ทักษะในการใช้งาน แต่ในตลาดซื้อขายเครื่องชงกาแฟมือสอง Leva X ยังคงเป็นที่ต้องการของร้านที่ต้องการสร้างเอกลักษณ์และยกระดับภาพลักษณ์ของบาร์กาแฟอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยที่มีผลต่อการประเมินราคา La Marzocco Leva X

  • รุ่นและจำนวนหัวชง: รุ่น 2 Group เป็นที่ต้องการสูงในเชิงพาณิชย์ ส่วนรุ่น 1 Group มีความต้องการสูงมากในกลุ่มบ้านหรูและห้องแล็บทดสอบ ในขณะที่รุ่น 3 Group ตลาดจะแคบกว่าตามขนาดพื้นที่ติดตั้ง
  • สภาพกลไกคันโยกและระบบคลัตช์: ความสมบูรณ์ของสปริง ลูกสูบ ซีลยาง และระบบ Safety Clutch ว่าทำงานราบรื่น ไม่ติดขัด หรือไม่มีอาการดีดหลุด
  • สภาพหน้าจอดิจิทัลแสดงผล (Graphic Display): จอแสดงผลเหนือหัวชงต้องสว่างชัดเจน พิกเซลไม่ขาด ไม่เบิร์น และแสดงเส้นกราฟแรงดันได้ถูกต้องครบถ้วน
  • ระบบหม้อต้มและปัญหาตะกรัน: ประวัติการใช้ระบบกรองน้ำ หากหม้อต้มแยกมีคราบตะกรันสะสมจะต้องหักลบค่าใช้จ่ายในการถอดล้าง Overhaul
  • ที่มาและประวัติการเซอร์วิส: เครื่องที่จัดจำหน่ายผ่านตัวแทนทางการในไทย (เช่น Boncafe) พร้อมเอกสารประวัติการเปลี่ยนอะไหล่แท้ จะได้ราคาประเมินดีกว่าเครื่องนำเข้าอิสระ
  • สภาพบอดี้ภายนอก: ความสมบูรณ์ของแผ่นสแตนเลส สภาพสีด้านข้าง ไม่มีรอยบุบ รอยขูดขีดลึก หรือความเสียหายต่อก้านสตรีมและหัวชง

เตรียมข้อมูลอย่างไรก่อนติดต่อรับซื้อ

  1. ทำความสะอาดเครื่องอย่างละเอียด ทั้งส่วนหัวชง ถาดน้ำทิ้ง และขัดเงาตัวถังสแตนเลสภายนอกเพื่อสร้างความประทับใจแรก
  2. ทดสอบและบันทึกวิดีโอการทำงาน เช่น จังหวะดึงคันโยก การทำงานของระบบคลัตช์ และหน้าจอกราฟิกขณะสกัด เพื่อใช้ประกอบการประเมินราคาเบื้องต้น
  3. รวบรวมอุปกรณ์เสริมเดิมให้ครบถ้วน เช่น ด้ามชง (Portafilter) ตะแกรงชง (Filter Baskets) ท่อน้ำดี ท่อน้ำทิ้ง และคู่มือการใช้งาน
  4. เตรียมเอกสารประวัติการบำรุงรักษา เช่น ใบเสร็จเปลี่ยนซีลลูกสูบ สปริง หรือเอกสารการล้างตะกรันจากศูนย์บริการ
  5. ตรวจสอบระบบไฟฟ้าและข้อมูลสติกเกอร์ Serial Number ใต้เครื่องให้ชัดเจน เพื่อยืนยันสเปกแรงดันไฟ (220-240V) ที่ตรงกับการใช้งานในไทย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ รับซื้อเครื่องชงกาแฟ La Marzocco Leva X

รับซื้อเครื่องชงกาแฟ La Marzocco Leva X ให้ราคาเท่าไหร่ มีเกณฑ์คิดอย่างไร?

ทางเราไม่มีการการันตีราคาสูงสุดแบบคงที่ เนื่องจากราคาซื้อขายเครื่องมือสองขึ้นอยู่กับจำนวนหัวชง (1G, 2G หรือ 3G) ปีที่ผลิต สภาพความสมบูรณ์ของระบบสปริงคลัตช์ หน้าจอดิจิทัล ประวัติการใช้งาน ตลอดจนภาวะตลาดจริงในขณะนั้น โดยจะประเมินราคาตามเนื้อผ้าอย่างสมเหตุสมผลที่สุด

Leva X ต่างจากรุ่น Leva S อย่างไร และมีผลต่อราคารับซื้อหรือไม่?

มีผลอย่างมาก Leva X เป็นรุ่นท็อปที่มีหม้อต้มแยกอิสระทุกหัวชงและใช้หน้าจอดิจิทัลแสดงผลกราฟแรงดันแบบเรียลไทม์ ในขณะที่ Leva S ใช้หม้อต้มรวมแบบ Dual Boiler และใช้เกจวัดแรงดันแบบเข็มอนาล็อก ส่งผลให้ Leva X มีมูลค่าตลาดและราคารับซื้อสูงกว่า Leva S อย่างชัดเจน

เครื่องชงมีอาการสปริงล้า ซีลรั่ว หรือหน้าจอติดดับ ยังรับซื้อหรือไม่?

รับซื้อตามสภาพจริง โดยผู้ขายสามารถส่งภาพถ่ายและคลิปวิดีโออาการที่เป็นอยู่เข้ามาให้ทีมงานประเมินเบื้องต้นได้ ทางเราจะหักลบค่าแรงและอะไหล่ซ่อมบำรุงตามความจริงโดยไม่กดราคาเกินขอบเขต

มีบริการตรวจสอบสภาพและรับเครื่องถึงที่หรือไม่?

มีบริการตรวจสอบสภาพและรับซื้อเครื่องชงกาแฟถึงหน้าร้าน โรงแรม หรือที่พักอาศัย พร้อมทีมงานช่วยดูแลเรื่องการถอดรื้อระบบท่อน้ำและระบบไฟฟ้าอย่างปลอดภัย โดยชำระเงินทันทีหลังผ่านการตรวจสภาพ

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

หมายเหตุการประเมิน: ราคาที่รับซื้อจริงขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย สภาพการทำงาน อุปกรณ์ ประวัติ Service พื้นที่รับของ และความต้องการของตลาดในวันที่ประเมิน ควรส่งรูปป้าย Model/Serial และสภาพจริงเพื่อประเมินเป็นรายเครื่อง
LINEโทร 093-5452414