Marco JET6 คือเครื่องชงกาแฟดริประบบอัตโนมัติเกรดพาณิชย์ (Commercial Batch Brewer) ประสิทธิภาพสูง ออกแบบมาเพื่อการสกัดกาแฟปริมาณมากตั้งแต่ 2.0 ถึง 6.0 ลิตรต่อรอบ โดยควบคุมอุณหภูมิน้ำและการปล่อยน้ำแบบพัลส์ (Pulse Brewing) ได้ตามมาตรฐาน SCA Gold Cup ในตลาดอุปกรณ์กาแฟมือสอง Marco JET6 ถือเป็นรุ่นเรือธงที่มีอุปสงค์ต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มผู้ประกอบการคาเฟ่ โรงแรม และโรงคั่วกาแฟที่ต้องการขยายกำลังการเสิร์ฟด้วยเครื่องมือสองคุณภาพสูงเพื่อคุมต้นทุน การซื้อขายในตลาดมือสองจะประเมินราคาตามสภาพการใช้งาน กำลังวัตต์ ระบบทำความร้อน และอุปกรณ์ร่วมอย่างโถฉนวนสุญญากาศ
รู้จัก Marco JET6 ก่อนขาย
Marco JET6 พัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของวงการ Specialty Coffee ที่ต้องการเสิร์ฟกาแฟฟิลเตอร์ปริมาณมากโดยไม่ลดทอนคุณภาพรสชาติ ตัวเครื่องได้รับการเผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมบริการอาหาร Host Milano เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2013 และเริ่มวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ทั่วโลกในปี 2014 โดยเข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับการทำกาแฟ Batch Brew ด้วยการผสานเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัส ระบบตั้งสัดส่วนเจือจาง (Bypass/Dilution) และการทำงานคู่กับโถฉนวนสุญญากาศเพื่อขจัดปัญหาการอุ่นกาแฟบนถาดร้อนจนไหม้เกรียม
ที่มาเมืองดับลิน ประเทศไอร์แลนด์ (Ireland)เริ่มผลิต/เปิดตัวเปิดตัวครั้งแรกปลายปี 2013 (งาน Host Milano) และเริ่มวางจำหน่ายเชิงพาณิชย์ในปี 2014ผู้คิดค้น/ผู้พัฒนาพัฒนาโดยทีมวิศวกรของ Marco Beverage Systems Ltd. (ไม่พบข้อมูลยืนยันชื่อนักออกแบบรายบุคคลในเอกสารทางการ)สเปกสำคัญของ Marco JET6
| ประเภทเครื่อง | Commercial Batch Brewer (เครื่องชงกาแฟดริปอัตโนมัติเกรดพาณิชย์) |
|---|---|
| ความจุในการชงต่อรอบ | ปรับได้ตั้งแต่ 2.0 ถึง 6.0 ลิตร |
| รุ่นย่อยและกำลังไฟฟ้า | JET6 Single 2.8kW (13-16A, 230V) และ JET6 Single 5.6kW (ฮีตเตอร์คู่, ต้องการระบบไฟ 30A) |
| ขนาดตัวเครื่อง (รุ่น Single) | กว้าง 303 x ลึก 462 x สูง 840 มม. |
| น้ำหนักตัวเครื่อง | ประมาณ 24 กิโลกรัม (รวมบรรจุภัณฑ์จัดส่ง) |
| ระบบต่อน้ำเข้า | เกลียว 3/4 นิ้ว BSP, แรงดันน้ำรองรับ 14.5 – 145 psi (100 – 1,000 kPa) |
| ระบบความปลอดภัย | Basket Safety Lock ล็อกก้านชง/ตะกร้าอัตโนมัติระหว่างการสกัด |
| การเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริม | รองรับการเชื่อมต่อกับเครื่องบด Marco FCG 6 และใช้งานร่วมกับโถ Jet Urn (6 ลิตร) |
ข้อดีและข้อจำกัด
ข้อดี
- ควบคุมความแม่นยำของอุณหภูมิน้ำ การจ่ายน้ำแบบพัลส์ (Pulse Brewing) และระบบบายพาสได้อย่างละเอียด
- มีระบบ Basket Safety Lock ป้องกันอันตรายจากการดึงตะกร้าชงออกขณะน้ำร้อนกำลังทำงาน
- เก็บกาแฟในโถสุญญากาศหุ้มฉนวน (Jet Urn) โดยไม่ใช้ถาดทำความร้อน ช่วยคงรสชาติและไม่ทำให้กาแฟไหม้
- หน้าจอสัมผัสตั้งค่าโปรแกรมการชงได้ 3 รูปแบบ ช่วยให้การทำงานของบาริสต้ามีความสม่ำเสมอและผิดพลาดยาก
ข้อควรพิจารณา
- ตัวเครื่องมีความสูงถึง 84 เซนติเมตร ต้องจัดสรรระยะห่างระหว่างเคาน์เตอร์และตู้ลอยด้านบนให้เพียงพอ
- ราคาเครื่องและอะไหล่อิเล็กทรอนิกส์ เช่น บอร์ดควบคุม หรือแผงหน้าจอสัมผัส ค่อนข้างสูง
- ตัวเครื่องชงแยกชิ้นกับโถ หากไม่มีโถฉนวนสุญญากาศ (Jet Urn) จะไม่สามารถรองรับน้ำกาแฟเพื่อใช้งานได้
- รุ่น 5.6kW กินกระแสไฟสูง จำเป็นต้องเดินสายไฟเฉพาะและใช้เบรกเกอร์ระดับอุตสาหกรรม
กระแสความนิยมและตลาดมือสอง
Marco JET6 เป็นเครื่องทำกาแฟ Batch Brew ระดับอุตสาหกรรมที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล นิยมใช้อย่างแพร่หลายในร้าน Specialty Coffee ขนาดกลางถึงใหญ่ โรงแรมระดับพรีเมียม และฝ่ายจัดเลี้ยงประชุมสัมมนา แม้ปัจจุบันแบรนด์จะมีโซลูชันแบบติดตั้งใต้เคาน์เตอร์ออกมาเพิ่มเติม แต่ JET6 ยังคงเป็นรุ่นหลักสำหรับงานที่ต้องการเสิร์ฟกาแฟปริมาณ 6 ลิตรต่อรอบ ในตลาดมือสองยังคงเป็นที่ต้องการของคาเฟ่ที่ต้องการเครื่องสกัดคุณภาพสูงในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่ามือหนึ่ง
ปัจจัยที่มีผลต่อการประเมินราคา Marco JET6
- อุปกรณ์ควบรวม: การมีโถ Jet Urn แท้ขนาด 6 ลิตร และเครื่องบดเมล็ดกาแฟ Marco FCG 6 ครบเซ็ต จะช่วยเพิ่มมูลค่าการรับซื้อได้อย่างมีนัยสำคัญ
- สภาพระบบน้ำและคราบตะกรัน: เครื่องที่ผ่านการใช้งานกับน้ำกรองระบบ RO/Softener และไม่มีคราบหินปูนสะสมในบอยเลอร์ โซลินอยด์วาล์ว หรือฮีตเตอร์ จะได้ราคาประเมินที่ดีกว่า
- ความสมบูรณ์ของหน้าจอสัมผัสและบอร์ดคอนโทรล: จอ Touchscreen ต้องตอบสนองแม่นยำ ไม่มีจุดบอดหรือเส้นลาย และแผงวงจรไม่มีประวัติการลัดวงจร
- กลไกระบบล็อกตะกร้า (Basket Safety Lock): มอเตอร์ล็อกและเซนเซอร์ต้องทำงานสมบูรณ์ ไม่มีการชำรุดจากการงัดหรือฝืนดึง
- สเปกกำลังไฟและแรงดันไฟฟ้า: รุ่น 2.8kW (Single Phase) ปล่อยต่อง่ายในร้านทั่วไป ส่วนเครื่องสเปก US (110V/60Hz) ที่ต้องแปลงไฟอาจถูกหักมูลค่าความเสี่ยงด้านวงจร
- สภาพโครงสร้างภายนอก: ความสมบูรณ์ของบอดี้สแตนเลสปัดด้าน ชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรมสีดำ ไม่มีรอยบุบ แตก หรือสนิมกัดกร่อน
เตรียมข้อมูลอย่างไรก่อนติดต่อรับซื้อ
- ทำความสะอาดเครื่องทั้งภายนอกและล้างคราบกาแฟในตะกร้าชง (Brew Basket) รวมถึงโถ Jet Urn ให้หมดจด
- ถ่ายภาพและคลิปวิดีโอขณะเปิดเครื่อง แสดงการทำงานของหน้าจอสัมผัส และทดสอบการเดินน้ำผ่านหัวชง
- ตรวจสอบและถ่ายภาพป้าย Serial Plate ด้านหลังหรือใต้เครื่อง เพื่อยืนยันว่าเป็นรุ่น 2.8kW หรือ 5.6kW และใช้ไฟ 220-230V มาตรฐานไทย
- รวบรวมอุปกรณ์ควบรวมทั้งหมด เช่น โถ Urn, ฐานรอง, สายเชื่อมต่อเครื่องบด และประวัติบำรุงรักษา/ล้างตะกรัน (ถ้ามี) เพื่อประกอบการตีราคาที่รวดเร็ว
- แจ้งข้อมูลการใช้งานจริงและตำหนิต่าง ๆ อย่างโปร่งใสเพื่อการประเมินราคาที่แม่นยำก่อนนัดตรวจรับเครื่อง
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ รับซื้อเครื่องชงกาแฟ Marco JET6
รับซื้อเครื่องชงกาแฟ Marco JET6 ที่ไม่มีโถ Jet Urn หรือไม่?
รับซื้อตามปกติ แต่ราคาประเมินจะปรับลดลงตามมูลค่าของโถ Urn เนื่องจากผู้รับซื้อต้องจัดหาโถใหม่เพิ่มเติมเพื่อให้พร้อมใช้งาน
เครื่อง Marco JET6 ที่มีคราบตะกรันหรือน้ำไหลช้า ยังสามารถขายได้ไหม?
สามารถขายได้ โดยทางเราจะประเมินหักลบค่าใช้จ่ายในการ Descaling ถอดล้างบอยเลอร์ หรือเปลี่ยนโซลินอยด์วาล์วตามสภาพความเป็นจริง
มีบริการตรวจเช็กและรับซื้อเครื่อง Marco JET6 ถึงสถานที่หรือไม่?
มีบริการเข้าตรวจเช็กสภาพ ทดสอบระบบไฟและระบบน้ำ พร้อมยกรับเครื่องถึงที่ ทั้งร้านกาแฟ โรงแรม สำนักงาน หรือกรณีเลิกกิจการ
ทำไม Marco JET6 รุ่น 2.8kW และ 5.6kW ถึงได้ราคาประเมินต่างกัน?
รุ่น 2.8kW สามารถติดตั้งกับระบบไฟร้านทั่วไปได้ง่ายจึงมีความต้องการในตลาดกว้างกว่า ส่วนรุ่น 5.6kW แม้ชงรอบต่อเนื่องได้เร็วกว่าแต่ต้องใช้สายไฟและเบรกเกอร์ 30A ทำให้กลุ่มผู้ซื้อต่อเฉพาะเจาะจงกว่า ราคาจึงขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดในขณะนั้น
แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ
- marcobeveragesystems.com
- marcobeveragesystems.com
- procoffeegear.com
- specialtystation.com
- sprudge.com
- thecaterer.com
- caterkwik.co.uk
- oxfordcoffee.co.uk
- cateringhygiene.co.uk
- marcobeveragesystems.com
- coffeemachinedepot.com
- bridgecoffeeroasters.co.uk
- ebay.co.uk
- manuals.plus
- manualslib.com
หมายเหตุการประเมิน: ราคาที่รับซื้อจริงขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย สภาพการทำงาน อุปกรณ์ ประวัติ Service พื้นที่รับของ และความต้องการของตลาดในวันที่ประเมิน ควรส่งรูปป้าย Model/Serial และสภาพจริงเพื่อประเมินเป็นรายเครื่อง




