รับซื้อเครื่องชงกาแฟ.comรับซื้อเครื่องชงกาแฟ.com
ARTICLE · รับซื้อเครื่องชงกาแฟ Profitec Pro 700

รับซื้อเครื่องชงกาแฟ Profitec Pro 700

บริการรับซื้อเครื่องชงกาแฟ Profitec Pro 700 มือสอง รับประเมินสภาพตามความเป็นจริง ทั้งเครื่องใช้งานในบ้านและเชิงพาณิชย์ขนาดเล็ก ตรวจเช็กระบบหม้อต้ม ปั๊ม และอุปกรณ์เสริมอย่างละเอียด ให้คำปรึกษาพร้อมบริการรับซื้อถึงที่อย่างสะดวกรวดเร็ว

อัปเดต 23/10/2026สินค้า Profitec Pro 700ข้อมูลสำหรับตลาดมือสอง
รับซื้อเครื่องชงกาแฟ Profitec Pro 700 ภาพสินค้าและพรีเซนเตอร์

Profitec Pro 700 เป็นเครื่องชงกาแฟระบบ Dual Boiler หัวชง E61 ระดับ Prosumer ไฮเอนด์ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องความแข็งแกร่งและเสถียรภาพความร้อน โดยวางตำแหน่งเป็นเครื่องชงสำหรับกลุ่ม Home Barista ขั้นสูง ไปจนถึงโฮมออฟฟิศและบาร์กาแฟขนาดเล็ก ปัจจุบันแม้สถานะในสายการผลิตจะสิ้นสุดลง (Discontinued) เพื่อส่งไม้ต่อให้รุ่น Profitec DRIVE แต่ Pro 700 ยังคงเป็นหนึ่งในรุ่นยอดนิยมและมีความต้องการสม่ำเสมอในตลาดซื้อขายเครื่องชงกาแฟมือสอง

รู้จัก Profitec Pro 700 ก่อนขาย

Profitec GmbH ก่อตั้งขึ้นในประเทศเยอรมนี โดยเป็นแบรนด์ในเครือ (Sister Brand) ของ ECM ซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานด้านการผลิตเครื่องชงเอสเพรสโซ สำหรับรุ่น Profitec Pro 700 เริ่มทำตลาดเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ระดับบนที่ต้องการเครื่องหม้อต้มคู่พร้อมปั๊มโรตารีแบบเงียบ โครงสร้างเน้นงานประกอบมือ (Handmade) ในเยอรมนีที่มีความเรียบง่าย ซ่อมบำรุงสะดวก ตลอดระยะเวลาทำตลาดเกือบ 10 ปี มีการอัปเกรดระบบ PID (V2) เพิ่มแรงดันสตีม และเพิ่มตัวเลือก Flow Control ก่อนยุติสายการผลิตไปช่วงปลายปี 2023

ที่มาประเทศเยอรมนี (ประกอบในเยอรมนีโดย Profitec GmbH)เริ่มผลิต/เปิดตัวปลายปี 2013 ถึงต้นปี 2014ผู้คิดค้น/ผู้พัฒนาไม่พบข้อมูลยืนยันสาธารณะสำหรับชื่อบุคคลผู้ออกแบบเฉพาะเจาะจง (พัฒนาโดยทีมวิศวกรรมของ Profitec GmbH ร่วมกับเครือ ECM)

สเปกสำคัญของ Profitec Pro 700

ระบบหม้อต้ม (Boiler System)หม้อต้มสแตนเลสคู่ (Dual Boiler) พร้อมฉนวนกันความร้อน (หม้อต้มกาแฟ 0.75 ลิตร / หม้อสตีม 2.0 ลิตร สวิตช์เปิด-ปิดแยกอิสระ)
หัวชง (Grouphead)E61 Grouphead ทองเหลืองชุบโครเมียม พร้อมแกน Mushroom สแตนเลสภายใน
ระบบปั๊ม (Pump)ปั๊มโรตารี (Rotary Vane Pump) ทำงานเงียบ รองรับการปรับจูนแรงดัน
ระบบจ่ายน้ำ (Water Supply)Dual Source: สลับได้ระหว่างแท็งก์น้ำในตัว 2.8 ลิตร หรือต่อท่อน้ำตรง (Plumb-in)
การควบคุมอุณหภูมิ (Temperature Control)Dual PID Controller แยกอุณหภูมิ 2 หม้อต้ม พร้อมระบบ Shot Timer ดิจิทัลในตัว
ขนาดและน้ำหนักกว้าง 340 มม. × ลึก 475–485 มม. × สูง 420 มม. น้ำหนักประมาณ 31 กก.
กำลังไฟฟ้า (Power)ประมาณ 1,600 W (ระบบไฟ 220–230V ~ 50/60Hz สำหรับรุ่นศูนย์ไทย/ยุโรป)

ข้อดีและข้อจำกัด

ข้อดี

  • โครงสร้างสแตนเลสสตีลหนา แข็งแกร่ง เลย์เอาต์ภายในเป็นระเบียบ ซ่อมบำรุงและหาอะไหล่ทดแทนได้ง่าย
  • หม้อต้มคู่ขนาดใหญ่ สกัดกาแฟและสตีมนมได้พร้อมกันต่อเนื่องโดยอุณหภูมิไม่ตก
  • ปั๊มโรตารีทำงานเงียบและมีความนุ่มนวล สามารถเลือกต่อท่อน้ำตรงได้สะดวก
  • ระบบ PID ควบคุมอุณหภูมิแม่นยำสูง และรุ่น Facelift สามารถทำแรงดันสตีมได้สูงถึง 2.0 บาร์

ข้อควรพิจารณา

  • หัวชงมวลทองเหลืองหนา ใช้เวลาวอร์มเครื่องนานราว 25–35 นาทีเพื่อให้อุณหภูมิเสถียรเต็มที่
  • ตัวเครื่องมีน้ำหนักมากถึง 31 กก. และมิติค่อนข้างลึก ต้องใช้พื้นที่เคาน์เตอร์ที่แข็งแรงและกว้างขวาง
  • วาล์วน้ำร้อนและสตรีมเป็นแบบลูกบิดหมุน (Rotary Knobs) หลายรอบ ไม่ใช่ก้านโยกแบบจอยสติ๊ก

กระแสความนิยมและตลาดมือสอง

Profitec Pro 700 ได้รับความนิยมสูงในกลุ่มผู้เล่นกาแฟระดับ Prosumer และโฮมบาริสต้าที่เน้นความทนทานในระยะยาว ปัจจุบันสถานะโมเดลนี้ยุติการผลิตใหม่แล้ว แต่ความเคลื่อนไหวในตลาดมือสองยังคงคึกคัก เนื่องจากระบบกลไกไม่ซับซ้อนเกินไป ไม่มีหน้าจอสัมผัสหรืออิเล็กทรอนิกส์เปราะบาง ทำให้ผู้ซื้อในตลาดมือสองมั่นใจเรื่องการดูแลรักษาและมีค่าตัวที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ารุ่นใหม่อย่าง Profitec DRIVE

ปัจจัยที่มีผลต่อการประเมินราคา Profitec Pro 700

  • การสะสมของคราบตะกรันภายใน (Scale buildup) และประวัติการใช้น้ำกรองที่เหมาะสม
  • เวอร์ชันของตัวเครื่อง โดยรุ่น Facelift (V2) ที่เพิ่มแรงดันสตีม 2.0 บาร์และมี ECO Mode จะได้ราคาสูงกว่ารุ่นแรก
  • การติดตั้งอุปกรณ์เสริม เช่น ชุดวาล์วควบคุมการไหล Profitec E61 Flow Control Device พร้อมเกจวัดแรงดันหัวชง
  • สภาพการทำงานของปั๊มโรตารีและมอเตอร์ ต้องไม่มีเสียงดังผิดปกติหรืออาการรั่วซึม
  • สภาพภายนอก บอดี้สแตนเลส รอยขีดข่วนบริเวณถาดรองน้ำทิ้ง และความสมบูรณ์ของท่อสตีม
  • ความครบถ้วนของอุปกรณ์ดั้งเดิม เช่น ด้ามชง (Portafilter) ตะแกรงตัน ท่อน้ำทิ้ง และสายถักน้ำดี
  • สเปกระบบไฟฟ้า หากเป็นเครื่องศูนย์ไทย/ยุโรป (220-230V) จะมีมูลค่าสูงกว่าเครื่องหิ้วสเปกอเมริกา (110V) ที่ต้องแปลงระบบไฟ

เตรียมข้อมูลอย่างไรก่อนติดต่อรับซื้อ

  1. ทำความสะอาดภายนอกและล้างคราบกาแฟบนหัวชงและถาดน้ำทิ้งให้สะอาด ช่วยให้เครื่องดูน่าซื้อและประเมินราคาง่ายขึ้น
  2. เตรียมเอกสาร ประวัติการเข้ารับบริการ หรือใบเสร็จการเปลี่ยนซีลยาง/อะไหล่ เพื่อยืนยันการบำรุงรักษาที่สม่ำเสมอ
  3. รวบรวมอุปกรณ์เสริมเดิมให้ครบชุด ทั้งก้านชงหัวเดี่ยว หัวคู่ ตะแกรงชง และอุปกรณ์ต่อท่อน้ำตรง
  4. ถ่ายภาพสภาพจริงจากหลายมุม ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง หัวชง แผ่นเพลตระบุแรงดันไฟ (Serial Plate) และถ่ายคลิปวิดีโอขณะเปิดเครื่อง สกัดกาแฟ และสตีม เพื่อให้ผู้รับซื้อประเมินราคาได้แม่นยำรวดเร็ว

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ รับซื้อเครื่องชงกาแฟ Profitec Pro 700

รับซื้อเครื่องชงกาแฟ Profitec Pro 700 ประเมินราคาจากอะไรบ้าง?

การประเมินราคาขึ้นอยู่กับเวอร์ชันของเครื่อง (รุ่นแรก หรือรุ่น Facelift V2), สภาพบอดี้ภายนอก, ปริมาณคราบตะกรันในหม้อต้ม, สภาพการทำงานของปั๊มโรตารีและแผง PID, อุปกรณ์เสริมที่มีให้ เช่น Flow Control รวมถึงสเปกไฟฟ้าที่ต้องรองรับระบบไฟ 220V ในไทย

เครื่องเป็นรุ่นเก่าหรือเลิกผลิตไปแล้ว ยังรับซื้ออยู่หรือไม่?

ยังรับซื้อตามปกติ แม้ Profitec Pro 700 จะยุติการผลิตแล้ว แต่ด้วยโครงสร้างที่ทนทาน อะไหล่สแตนดาร์ดหัวชง E61 ที่หาง่าย ทำให้ยังเป็นรุ่นยอดนิยมในตลาดซื้อขายเครื่องชงกาแฟมือสอง

เครื่องหิ้วจากต่างประเทศที่เป็นไฟ 110V รับซื้อไหม?

รับพิจารณา แต่ราคาประเมินจะแตกต่างจากเครื่องไฟ 220V พอสมควร เนื่องจากเครื่องไฟ 110V ต้องใช้งานร่วมกับหม้อแปลงขนาดใหญ่ หรือมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในการแปลงฮีตเตอร์และมอเตอร์ปั๊มใหม่

เครื่องมีอาการน้ำรั่วซึมหรือเปิดไม่ติด สามารถส่งมาตีราคาได้หรือไม่?

สามารถส่งรายละเอียดและแจ้งอาการเสียตามตรงได้ ทางเรามีบริการประเมินราคาตามสภาพจริงของชิ้นส่วนที่ยังใช้งานได้และหักลบต้นทุนการซ่อมบำรุง

แหล่งข้อมูลที่ใช้ตรวจสอบ

หมายเหตุการประเมิน: ราคาที่รับซื้อจริงขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย สภาพการทำงาน อุปกรณ์ ประวัติ Service พื้นที่รับของ และความต้องการของตลาดในวันที่ประเมิน ควรส่งรูปป้าย Model/Serial และสภาพจริงเพื่อประเมินเป็นรายเครื่อง
LINEโทร 093-5452414